เด็กมอรามดอทคอม สมาชิกเข้าสู่ระบบ นาฬิกาแฟชั่นผู้ชาย

sideBar



สธ. เตือนอันตรายจากสารเร่งเนื้อแดง

PDFพิมพ์อีเมล

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข รณรงค์ให้ประชาชนเลือกซื้อเนื้อหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดงโดยให้สังเกตจากสี ซึ่งจะมีสีชมพูอ่อนไม่เป็นสีแดงเข้มหรือซื้อจากร้านที่มีป้ายรับรองจากหน่วย งานราชการอย่างเช่น ป้ายทองอาหารปลอดภัย (Food Safety)พร้อมเตือนอันตรายเมื่อตกค้างมาถึงผู้บริโภค อาจมีผลข้างเคียง ทำให้มีอาการมือสั่น กล้ามเนื้อกระตุก ปวดศีรษะ หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ กระวนกระวาย วิงเวียน เป็นอันตรายมากสำหรับผู้ที่เป็นโรคหัวใจ โรคลมชักและโรคเบาหวาน

ดร.พรรณสิริ กุลนาถศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่าปัจจุบันพบว่ามีการลักลอบใช้สารเร่งเนื้อแดง หรือ สารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ในหมู วัว และสัตว์ปีกได้แก่ เคลนบิวรอล และซาลบิวทามอล มีคุณสมบัติเป็นยาที่ใช้สำหรับรักษาโรคระบบทางเดินหายใจและมีผลข้างเคียงโดย มีผลทำให้ชั้นไขมันลดลง และเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อหรือเนื้อแดง เมื่อ ได้รับในปริมาณมากจะมีการขยายตัวของหลอดลม หลอดเลือด มีผลทำให้กล้ามเนื้อสั่น กระตุ้นการเต้นของหัวใจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจเต้นเร็วกว่าปกติ กระวนกระวาย วิงเวียน และปวดศีรษะ จึงต้องระมัดระวังการใช้สารนี้ในผู้ที่ป่วยเป็นโรคหัวใจ โรคลมชัก และเบาหวาน ปัจจุบันมีรายงานความเป็นพิษต่อผู้บริโภคเฉพาะสารเคลนบิวเทอรอล ส่วนซาลบิวทามอลไม่มีรายงานความเป็นพิษ ต่อมาสหรัฐอเมริกาได้มีการนำสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ อีกชนิดหนึ่ง คือ แรคโตพามีน ซึ่งมีข้อมูลว่าสามารถใช้ทดแทนได้ เนื่องจากได้ผลดี และไม่มีรายงานความเป็นพิษในระยะสั้น แต่ยังไม่มีข้อมูลความเป็นพิษระยะยาว

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ ร่วมมือกับ สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด ดำเนินการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดง โดยเก็บตัวอย่างตรวจวิเคราะห์เคลนบิวรอล ซาลบิวทามอลและแรคโตพามีน รวมทั้งยังรณรงค์ให้ทุกเขียงหมูและซุปเปอร์มาร์เก็ตทั่วประเทศ ขายเนื้อหมูปลอดสารเร่งเนื้อแดงผ่านโครงการป้ายทองอาหารปลอดภัย ซึ่งดำเนินการอย่างต่อเนื่อง มีผลทำให้อัตราตรวจพบลดลงโดยลำดับ จากการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงของสำนักคุณภาพและความปลอดภัยอาหาร กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ ช่วงปี 2551-2553 เนื้อหมูที่จำหน่ายในตลาดสด และซุเปอร์มาร์เก็ตเขตกรุงเทพมหานคร และปริมณฑล รวม 1,012 ตัวอย่าง ผลการตรวจไม่พบการตกค้างของเคลนบิวเทอรอลทุกตัวอย่าง ตรวจพบซาลบิวทามอล 64 ตัวอย่าง คิดเป็นร้อยละ 6.3 และพบแรคโตพามีน 1 ตัวอย่าง ส่วนตัวอย่างเนื้อสัตว์ เครื่องใน และผลิตภัณฑ์นำเข้าต่างประเทศ เก็บจากด่านอาหารและยา รวม 411 ตัวอย่าง ผลตรวจไม่พบการตกค้างของเคลนบิวเทอรอลและซาลบิวทามอลทุกตัวอย่าง ตรวจพบแรคโตพามีน 7 ตัวอย่างคิดเป็นร้อยละ 1.7

นายแพทย์นิพนธ์ โพธิ์พัฒนชัย รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ออกประกาศกระทรวงสาธารณสุข (ฉบับที่ 269) พ.ศ. 2546 กำหนดให้อาหารทุกชนิดต้องตรวจไม่พบการปนเปื้อนของสารเคมีกลุ่มเบต้า อะโกนิสต์และเกลือของสารกลุ่มนี้ รวมถึงสารในกระบวนการสร้างและสลายของสารดังกล่าว จึงถือว่าเนื้อหมูต้องตรวจไม่พบสารเคมีกลุ่มเบต้าอะโกนิสต์ทุกชนิด ดังนั้นแม้ว่าผลจากการเฝ้าระวังสารเร่งเนื้อแดงในเนื้อหมู เนื้อสัตว์ เครื่องใน และผลิตภัณฑ์ทั้งที่ผลิตในประเทศและนำเข้าจากต่างประเทศ มีอัตราตรวจพบต่ำ และสารที่พบก็ไม่มีรายงานความเป็นพิษแต่ถือว่าเป็นการนำยามาใช้ผิดวัตถุ ประสงค์ ผิดกฎหมายตามพระราชบัญญัติอาหารของไทย ซึ่งกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์จะยังคงเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่องต่อไป และ ผู้บริโภคควรเลือกเนื้อหมูอย่างฉลาด คือ ควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่ไม่มีสีแดงเกินไป หรือ มีชั้นไขมันบางผิดปกติ โดยปกติแล้วเนื้อหมูจะมีสัดส่วนของเนื้อแดงต่อไขมันเท่ากับ 2 : 1เนื้อหมูที่ดีควรมีสีชมพูอ่อนๆ เนื้อแน่น นุ่มเป็นมัน และควรเลือกซื้อเนื้อหมูที่มีแหล่งผลิตที่น่าเชื่อถือ หรือมีป้ายรับรองจากหน่วยราชการ เช่น ป้ายทองอาหารปลอดภัย หรือตรารับรองของกรมปศุสัตว์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่จะทำให้ได้เนื้อหมูบริโภคอย่างปลอดภัย สุขภาพที่ดีเกิดจากการบริโภคอาหารที่ปลอดภัย การออกกำลังกายเป็นประจำ ประกอบกับการทำจิตใจ ให้เบิกบาน

ที่มา ... กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

feed0 Comments

Write comment
 
 
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger
 

security image
Write the displayed characters


busy

ข่าวรอบวัน

สาระน่ารู้

ข่าวการศึกษา