วันศุกร์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2010 เวลา 20:31 น.

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมามหาวิทยาลัยรามคำแหง จัดกิจกรรมสัมพันธ์ ? ชุมชนรามฯ ร่วมใจต้านภัยยาเสพติด? เพื่อ เป็นการเสริมสร้างความสัมพันธ์ และความร่วมมือระหว่างชุมชน ผู้ประกอบการหอพัก นักศึกษา กับมหาวิทยาลัยรามคำแหงในการป้องกันปัญหายาเสพติด และเพื่อร่วมรณรงค์ให้หอพักและชุมชนบริเวณโดยรอบ ม.ร. เป็นชุมชนสีขาวที่ปลอดยาเสพติดและอบายมุข โดยมีรองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นประธานเปิดงานและบรรยายพิเศษเรื่อง ? ม.รามฯ กับนโยบายชุมชนสีขาว? ณ อาคารหอประชุมพ่อขุนรามคำแหงมหาราช ทั้ง นี้มีผู้เข้าร่วมงาน จำนวน 200 คน ประกอบด้วย ผู้ประกอบการหอพัก นักศึกษา ผู้นำชุมชน บริเวณรอบมหาวิทยาลัยรามคำแหง หัวหมาก วิทยาเขตบางนา และคณะกรรมการจัดทำรายงานตัวชี้วัด
โอกาสนี้ รองศาสตราจารย์คิม ไชยแสนสุข อธิการบดีม.ร. กล่าวต้อนรับและขอบคุณความร่วมมือจากผู้แทนส่วนราชการ หอพัก ชุมชน และนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ โดยกิจกรรรมสัมพันธ์ ? ชุมชนรามฯ ร่วมใจต้านภัยยาเสพติด? ได้เริ่มต้นมาจากโครงการ ? หอพักสีขาว? ซึ่งเป็นโครงการที่ มหาวิทยาลัยรามคำแหงได้เข้าไปดูแลความเป็นอยู่ของนักศึกษาที่พักอาศัยในหอพักบริเวณรอบมหาวิทยาลัย เพื่อ ให้ผู้ปกครองเกิดความสบายใจและมั่นใจในมหาวิทยาลัยและนักศึกษาที่เข้ามา เรียนในเรื่องความปลอดภัยและอบายมุข ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นโครงการ ? หอพักติดดาว? เพื่อยกระดับมาตรฐานหอพักในด้านสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักศึกษาที่พักอาศัยอยู่ตามหอพักบริเวณโดยรอบ ม.ร.
? สำหรับปี 2553 นี้ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จะขยายความร่วมมือออกไปสู่ชุมชน โดยได้จัดทำโครงการ ? ชุมชนรามฯ ร่วมใจ ต้านภัยยาเสพติด? ขึ้น เพราะมหาวิทยาลัย หอพัก และสถานประกอบการต่างๆ รวมทั้งนักศึกษา ถือเป็นส่วนหนึ่งของชุมชน ถ้าต้องการให้สังคมมีความเป็นระเบียบเรียบร้อย และปลอดภัยจากสิ่งเสพติดก็ต้องประสานความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ทั้งทางด้านกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด( ปปส.) และสถานีตำรวจ สำนักงานเขต รวมทั้งผู้แทนชุมชน ร่วมมือกันทำให้ชุมชนบริเวณโดยรอบ ม.ร. ให้เป็นชุมชนที่น่าอยู่ ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์ทั้งต่อมหาวิทยาลัย ชุมชน และนักศึกษาด้วย ?
อธิการบดี กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันปัญหาเรื่องสิ่งเสพติดในหมู่เยาวชน เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง อย่าง ยิ่ง เพราะเมื่อเยาวชนเสพสิ่งเสพติดเข้าไปแล้ว ผลกระทบที่ตามมาก็จะเกิดขึ้นทั้งกับตัวผู้เสพทั้งทางร่างกายและจิตใจ และส่งผลต่อเนื่องไปยังครอบครัว เศรษฐกิจ อีกทั้งยังทำให้เกิดการประกอบอาชีพที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆ ในสังคมด้วย จึงจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือกันของทุกภาคส่วน ช่วยกันสร้างเครือข่าย สร้างเกราะป้องกันภัยให้เกิดขึ้นในชุมชน สังคม เพื่อลดปัญหาสิ่งเสพติดที่จะเกิดเพิ่มมากขึ้นในอนาคต และหากโครงการฯนี้ประสบผลสำเร็จ ก็จะเกิดชุมชนตัวอย่างที่เป็นแบบอย่างให้กับชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศได้นำไปประพฤติปฏิบัติ ช่วยกันต้านภัยสิ่งเสพติด ให้เยาวชนไทยได้กลับมาอยู่ในชุมชน และสังคมที่ดีต่อไป
? มหาวิทยาลัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการร่วมกันทำกิจกรรมสัมพันธ์ในวันนี้ จะมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ในเรื่องการป้องกันภัยสิ่งเสพติด ร่วมกันสร้างเกราะป้องกันให้เยาวชนพ้นภัย อีกทั้งยังทำให้มหาวิทยาลัยและชุมชนเกิดความใกล้ชิดกันมากขึ้น ซึ่งหากเกิดปัญหาหรือต้องการความร่วมมือในด้านใดที่มหาวิทยาลัยช่วยได้ มหาวิทยาลัยก็เต็มใจที่จะช่วยเหลือ และร่วมมือกันทำสิ่งต่างๆ ที่เกิดประโยชน์ต่อชุมชน นักศึกษาและมหาวิทยาลัย ขอให้ช่วยกันดูแลซึ่งกันและกัน ระดมสรรพกำลังของทุกฝ่าย ทุกภาคส่วน ช่วยกันเอาชนะอบายมุขและสิ่งเสพติดทั้งหลาย ก็จะทำให้อยู่ร่วมกันอย่างร่มเย็นเป็นสุขมากขึ้น หากทำได้ตามที่ได้ร่วมมือกันนี้ ชุมชน หอพัก และสังคมก็จะน่าอยู่มากยิ่งขึ้นด้วย?
![]() benz
มิถุนายน 22, 2010 118.173.24.159 Votes: +0 |
สมัครอบที่2จะมีอีกไหม report abuse
vote down
vote up
|