เขียนโดย Administrator วันจันทร์ที่ 30 สิงหาคม 2010 เวลา 22:44 น.
เมื่อเวลา 19.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมงาน “สื่อมวลชนสังสรรค์ กรมประชาสัมพันธ์” ที่โรงแรมดิเอมเมอรัล ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจัดโดยกรมประชาสัมพันธ์
เมื่อเวลา 19.10 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ร่วมงาน “สื่อมวลชนสังสรรค์ กรมประชาสัมพันธ์” ที่โรงแรมดิเอมเมอรัล ถนนรัชดาภิเษก ซึ่งจัดโดยกรมประชาสัมพันธ์
โดยนายกรัฐมนตรี กล่าวบนเวที ตอนหนึ่งว่า เมื่อปีที่แล้วตนก็เดินทางมาร่วมงานนี้ โดยวันนั้นตนได้ย้ำถึงความสัมพันธ์ของสื่อมวลชน และนักการเมืองที่ต้องพึ่งพาการทำหน้าที่ของกัน ตอนนั้นรัฐบาลมีอายุ 9 เดือน และตอนนี้จะสองปีตนเรียนยืนยันว่าการทำงานที่ผ่านมาระหว่างสื่อกับรัฐบาล และตนในฐานะนายกรัฐมนตรีเป็นไปด้วยดี ต้องขอขอบคุณที่เราได้มีโอกาสทำหน้าที่ของกันและกัน และให้ความเคารพซึ่งกันและกันในอาชีพและหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ต้องยอมรับว่ารัฐบาลต้องผ่านสถานการณ์ที่มีความละเอียดอ่อน มีความขัดแย้งและมีความรุนแรง และเหตุการณ์ไม่ปกติหลายครั้ง ทำให้มีผลกระทบต่อการทำงานของสื่อเช่นเดียวกัน อย่างไรก็ตามหลักการที่ตนพูดไว้ทุกครั้งคือให้สิทธิเสรีภาพและการรับฟังความ เห็นของประชาชนทุกกลุ่ม รวมทั้งจะปรับปรุงมาตรฐานการทำงานของทุกกลุ่ม จึงทำให้ความสัมพันธ์ของรัฐบาลและสื่อมวลชนเป็นไปด้วยความราบรื่น
รัฐบาลถือว่าการปฏิรูปสื่อยังมีความสำคัญและได้เริ่มไปพอสมควรในส่วนของ หนังสือพิมพ์ และจะเดินหน้าพบปะกับสื่อส่วนอื่นต่อไป ทั้งนี้นายองอาจจะเสนอกฎหมายที่จะเป็นกฎหมายใหม่ในการคุ้มครองผู้ประกอบ วิชาชีพสื่อ เพื่อเป็นหลักประกันในการทำงานตามอุดมการของวิชาชีพอย่างดี อย่างไรก็ตามสำหรับสื่อของรัฐนั้นจะพยายามปรับปรุงให้สอดคล้องกับการปฏิรูป สื่อโดยจะมีการเปิดพื้นที่ให้มากขึ้น ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
“ ความเปลี่ยนแปลงต้องดำเนินการต่อไปบนเป้าหมายที่ทำให้สื่อเสนอข้อมูลข่าวสาร ต่อประชาชนโดยอิสระและร่วมมือในการกระจายข้อมูลและเปรียบเทียบข้อมูลโดย ปราศจากอคติครอบงำใดใด ซึ่งการพึ่งพากันจะนำไปสู่การเข้าใจและโน้มนำการทำงานของทุกฝ่ายต่อไป”นายกฯ กล่าว
| < ย้อนกลับ | ถัดไป > |
|---|