เด็กมอรามดอทคอม สมาชิกเข้าสู่ระบบ นาฬิกาแฟชั่นผู้ชาย

sideBar



“ลักลั่น”สอบเรียนต่อ“หัวดีแต่ไม่ติด”ผิดที่“ไม่มีเงินติว”

PDFพิมพ์อีเมล

เป็นประจำทุกปี ในช่วงการปิดเทอมใหญ่ ใกล้เปิดเทอมใหม่ เรื่องการสมัครสอบเข้าเรียนต่อของเด็กนักเรียนไทย จะเป็นประเด็นใหญ่ ทั้งกับตัวเด็กเอง พ่อแม่ผู้ปกครอง โรงเรียน ไล่ขึ้นไปจนถึงหน่วยงานด้านการศึกษา และนักการเมือง...ซึ่งปีนี้ก็มีเสียงฮึ่มฮั่มอีกว่าการเข้าเรียนต่อของเด็ก นักเรียนต้องไม่มี “เด็กฝาก” แต่เอาเข้าจริงจะเป็นไปได้แค่ไหน-อย่างไร...ก็ไม่รู้? หรือ “ค่าฝาก” จะยิ่งสูง...หรือเปล่า...ก็ไม่ทราบได้??

อย่างไรก็ตาม...เรื่องเด็กฝากนั้นเป็นเพียงจุดเดียว
“ความลักลั่นทางการศึกษา” ยังมีอีกหลายจุด!!!!!!

ทั้งนี้ กรณีเด็กที่ขยันเรียน-เรียนในโรงเรียนตามปกติมีผลการเรียนดี ซึ่งทางบ้านมีฐานะไม่ดี จึงไม่ได้ให้ไปเรียนกวดวิชาเพิ่มเติม ตอนสมัครสอบเข้าเรียนต่อโรงเรียนที่อยากเรียน ปรากฏว่าสอบไม่ติด? ส่วนเด็กที่ไม่ขยันเรียน-เรียนในโรงเรียนตามปกติผลการเรียนไม่ดี แต่ทางบ้านมีฐานะ-ให้ไปเรียนกวดวิชา ตอนสมัครสอบเข้าเรียนต่อ ปรากฏว่าสอบติดฉลุย? กรณีนี้ก็เป็นอีกกรณีที่ทั้งเด็กและพ่อแม่ผู้ปกครองวิพากษ์วิจารณ์กันมาก

มีการตั้งข้อสังเกตเรื่องข้อสอบที่ใช้ติวที่คล้ายข้อสอบจริงของโรงเรียน ดัง ๆ? ซึ่งทำให้เด็กเรียนดีแต่ไม่มีเงินค่าติวเสียโอกาส เกิดการ “ลักลั่น” ในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ซึ่งมีเด็กอยู่ในระบบหลายล้านคน

’เคยได้รับร้องเรียนกรณีนี้มานานแล้ว” “บางแห่งถึงขนาดข้อสอบของโรงเรียนกวดวิชาแทบจะเหมือนที่ใช้สอบเข้าโรงเรียน ซึ่งทำให้เด็กที่เรียนดี แต่ไม่มีสตางค์ ต้องเสียโอกาส“ ...เป็นการระบุของ พญ.กมลพรรณ ชีวพันธุศรี ประธานและนายกสมาคมเครือข่ายสมาคมผู้ปกครองแห่งชาติ เมื่อ “สกู๊ปหน้า 1 เดลินิวส์” สอบถามถึงเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม ต่อกรณี ’ข้อสอบที่ใช้ในการติวแทบจะเหมือนกับข้อสอบจริง“ กรณีนี้ทางประธานและนายกสมาคมเครือข่ายสมาคมผู้ปกครองแห่งชาติ บอกว่า...ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์อะไรหรือไปดำเนินการอะไรได้มาก ก็เก็บข้อร้องเรียนไว้เป็นข้อมูล หากจะต้องดำเนินการอะไรจริงจังก็จะต้องมีข้อมูลให้มากกว่านี้

ทุกวันนี้แม้จะมีการปฏิรูปการศึกษาไทยในเรื่องต่าง ๆ แต่ปัญหา แป๊ะเจี๊ยะ เด็กฝาก ต่าง ๆ นานา ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้อย่างจริงจังเสียที เรื่องนี้กลายเป็นธรรมเนียมที่เกิดขึ้นในระบบสังคมไทย และยากที่จะแก้ไข

’กลายเป็นเรื่องที่ต้องทำใจมากกว่า“...พญ.กมลพรรณระบุ กับกรณีการติว ข้อสอบในการติว ดังที่ว่ามานั้น

ทางด้าน ฐานิชชา ลิ้มพานิช ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบครัว บอกว่า...ทางมูลนิธิฯ ยังไม่เคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ปกครอง แต่ก็เคยมีการพูดถึงเรื่องโรงเรียนกวดวิชากับโอกาสของเด็กหลายครั้ง ในเวทีเสวนาผู้ปกครอง ซึ่งก็มีหลายความเห็น เช่น มีผู้ปกครองซึ่งเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว บอกว่าครอบครัวก็ไม่มีฐานะ แต่ลูกสองคนก็สอบติดมหาวิทยาลัยดี ๆ โดยที่ไม่เคยไปเรียนกวดวิชาเลย แต่ก็มีผู้ปกครองส่วนที่บอกว่า เด็กที่มีโอกาสสอบเข้าโรงเรียนดี ๆ ได้ ส่วนมากจะเป็นเด็กที่ครอบครัวมีฐานะ ส่วนเด็กไม่มีฐานะก็หมดโอกาสไป ซึ่งก็เกิดข้อถกเถียงกันว่า “ขึ้นอยู่กับตัวเด็กด้วยหรือเปล่า?”

อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วมีความเห็นว่า มีสิ่งที่เกิดขึ้นที่สะท้อนให้เห็นถึงระบบการศึกษาของประเทศไทยว่ามีปัญหา จริง จึงทำให้เกิดโรงเรียนกวดวิชาขึ้นมากมาย ซึ่งเกี่ยวข้องกับครู ผู้ปกครอง สถานศึกษาอย่างมาก และย่อมสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิรูปการศึกษาที่เกิดขึ้นมานาน แต่ยังไม่ได้ไปถึงไหนเสียที

’ปัญหาก็ยังมีอยู่เดิม ๆ และเมื่อไปเรียนกับโรงเรียนกวดวิชา สอบติด เรียนในโรงเรียนปกติ กลับสอบไม่ติด แล้วนี่มันเกิดอะไรกับระบบโรงเรียนปกติ?“...ผู้จัดการมูลนิธิเครือข่ายครอบ ครัว ทิ้งปุจฉา

ขณะที่ รศ.ดร.สมพงษ์   จิตระดับ ผู้ อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาเด็กที่มีความต้องการพิเศษ คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก็ร่วมสะท้อนถึงเรื่อง “ความลักลั่นทางการศึกษา” ของไทย โดยบอกว่า...เรื่องดังกล่าวนี้แทบจะกลายเป็นเรื่องปกติในสังคมไทยไปแล้ว เนื่องจาก สภาพข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันคือ...เรียนเพื่อเอาคะแนนในโรงเรียน กับเรียนเพื่อสอบเข้าที่โน่นที่นี่ มันคนละเรื่องกัน!!

เพราะฉะนั้นเด็กที่เรียนไม่ดี แต่มีฐานะ สามารถไปเรียนกวดวิชาได้ ก็สอบได้ เพราะข้อสอบที่มาติว มาทำ ก็คล้าย ๆ กับข้อสอบเข้าเรียนต่อ ส่วน เด็กที่เรียนดี แต่ไม่มีฐานะ ก็ลำบากไป!!

ทั้งนี้ นักวิชาการรายนี้บอกอีกว่า...ปัญหาของระบบการศึกษาไทย โดยเฉพาะระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน จริง ๆ ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนกวดวิชา แต่เป็นที่ ระบบการคัดเลือก การประเมิน การสอบ มีปัญหาวิกฤติ และรุนแรง แต่ไม่มีใครพูดถึงกัน และไม่มีใครแก้ไข ระบบการคัดเลือก การประเมิน และการสอบ

“เน้นเด็กเก่ง เน้นชื่อเสียงโรงเรียน แต่ ไม่นึกถึงสภาพจิตใจและชีวิตเด็กที่ต้องการอย่างอื่นมากกว่าการเรียน และในการสอบเข้าคราวนี้จะแข่งขันกันดุเดือดมากขึ้นอีก เพราะห้ามฝากเด็ก”...รศ.ดร.สมพงษ์ ทิ้งท้าย

ก็น่าคิด...เรื่องที่คราวนี้จะยิ่งแข่งขันกันดุเดือด

การแข่งขันส่วนใหญ่...เงินถึงกว่า ก็พร้อมกว่า

แต่กับการศึกษา...ควรจะเป็นเช่นนี้หรือ???.

ที่มา : เดลินิวส์

feed0 Comments

Write comment
 
 
quote
bold
italicize
underline
strike
url
image
quote
quote
smile
wink
laugh
grin
angry
sad
shocked
cool
tongue
kiss
cry
smaller | bigger
 

security image
Write the displayed characters


busy

ข่าวรอบวัน

สาระน่ารู้

ข่าวการศึกษา